FamBear

ลูกป่วยตอนอยู่กับพี่เลี้ยง ทำอย่างไรดี? คู่มือสำหรับครอบครัวในกรุงเทพฯ

ลูกป่วยตอนอยู่กับพี่เลี้ยง ทำอย่างไรดี? คู่มือสำหรับครอบครัวในกรุงเทพฯ

โทรศัพท์สั่นกลางที่ประชุม พี่เลี้ยงส่งข้อความมาว่า "น้องตัวร้อนมากค่ะ" พร้อมรูปลูกหน้าแดง ตาลอย แค่นี้หัวใจก็เต้นตุ้บๆ แล้ว ถ้าคุณมีลูกเล็กในกรุงเทพฯ เหตุการณ์แบบนี้ไม่ใช่เรื่องสมมติ - แต่เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ

สิ่งที่แยกระหว่างความตื่นตระหนกกับการรับมืออย่างสงบ คือ "การเตรียมตัวล่วงหน้า" ครอบครัวที่ผ่านสถานการณ์แบบนี้มาแล้วบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า แผนฉุกเฉินที่เขียนไว้ตอนวันว่างๆ นั่นแหละที่ช่วยชีวิตตอนวันวุ่นๆ

ทำไมทุกครอบครัวในกรุงเทพฯ ต้องมีแผนฉุกเฉินเมื่อลูกป่วยกับพี่เลี้ยง

กรุงเทพฯ มีความเสี่ยงด้านสุขภาพเด็กที่ต่างจากหลายเมือง ไข้เลือดออกพบมากในเด็กอายุ 5-14 ปี โรคมือเท้าปากเพิ่มขึ้นถึง 65.7% ในปี 2025 โดยกรุงเทพฯ มีจำนวนผู้ป่วยสูงสุดในประเทศ

นอกจากนี้ยังมีไข้หวัดใหญ่ที่เป็นได้ตลอดทั้งปี (ไม่ได้มีแค่ช่วงฤดูเหมือนในต่างประเทศ) โรคกระเพาะลำไส้อักเสบจากอาหารและน้ำ และปัญหาทางเดินหายใจช่วงฝุ่น PM2.5 หนักในเดือนพฤศจิกายนถึงมีนาคม กุมารแพทย์ที่โรงพยาบาลสมิติเวช เด็ก ดูแลผู้ป่วยเด็กมากกว่า 50,000 รายต่อปี ตัวเลขนี้บอกอะไรได้เยอะว่าเด็กในกรุงเทพฯ ป่วยบ่อยแค่ไหน

สำหรับครอบครัวชาวต่างชาติ ความท้าทายยิ่งเพิ่มขึ้น ทั้งเรื่องภาษา ระบบสาธารณสุขที่ต่างจากบ้านเกิด และวัฒนธรรมการสื่อสารเรื่องความเจ็บป่วย บล็อกเกอร์ชาวเยอรมันที่อาศัยอยู่ในไทยตั้งแต่ปี 2019 เคยเล่าว่า "คนไทยสุภาพมาก บางทีไม่เห็นด้วยก็จะบอกว่าได้ค่ะ แล้วทำอีกอย่างหนึ่ง" ในบริบทการดูแลเด็ก สิ่งที่เรียกว่า "เกรงใจ" นี้อาจหมายความว่าพี่เลี้ยงสังเกตเห็นอาการผิดปกติ แต่ลังเลที่จะรบกวนพ่อแม่ การมีแผนปฏิบัติที่เขียนไว้ชัดเจนจะช่วยตัดปัญหานี้ได้ สำหรับเรื่องความปลอดภัยเด็กกับผู้ดูแลโดยรวม อ่านเพิ่มเติมได้ที่ คู่มือความปลอดภัยเด็กกับผู้ดูแลในกรุงเทพฯ

พี่เลี้ยงควรทำอะไรเมื่อเด็กป่วย

แผนรับมือเด็กป่วยที่ดีต้องเข้าใจง่ายเหมือนแผนผัง ที่สำคัญคือต้องพิมพ์ออกมาเคลือบแล้วติดตู้เย็น - ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ

ขั้นตอนที่ 1: ประเมินอาการ ไข้ต่ำกว่า 38.5 องศาเซลเซียส ให้เฝ้าดูอาการ ให้ยาพาราเซตามอลเด็ก (ยี่ห้อซาร่าที่คุ้นเคยกันดี) แล้วเช็ดตัวลดไข้ด้วยผ้าชุบน้ำ - เช็ดจากมือเท้าเข้าหาลำตัว ซึ่งเป็นวิธีมาตรฐานของโรงพยาบาลทั่วไป พี่เลี้ยงควรโทรแจ้งพ่อแม่ แต่ยังไม่ต้องรีบไปโรงพยาบาล

ขั้นตอนที่ 2: แจ้งพ่อแม่ทันที ไข้ระหว่าง 38.5-39.5 องศา ต้องเริ่มเตรียมตัว พี่เลี้ยงต้องโทรหาพ่อแม่ทันทีและเตรียมของไปโรงพยาบาล กระเป๋าฉุกเฉินควรมีบัตรประกันสุขภาพ สำเนาหนังสือเดินทาง รายการแพ้ยาและยาที่กินอยู่ ครอบครัวที่ใช้ FamBear สามารถเก็บเอกสารฉุกเฉินไว้ในโปรไฟล์ผู้ดูแลได้เลย พี่เลี้ยงจะเปิดดูในโทรศัพท์ได้ทันทีโดยไม่ต้องค้นหาเอกสาร

ขั้นตอนที่ 3: ดำเนินการฉุกเฉิน ไข้สูงกว่า 39.5 องศา หรือมีอาการชัก หายใจลำบาก อาเจียนไม่หยุด หรือแพ้รุนแรง ให้โทร 1669 เรียกรถพยาบาลแล้วออกไปโรงพยาบาลเลย โทรแจ้งพ่อแม่ระหว่างทาง อย่าเสียเวลาโทรหาพ่อแม่ก่อนแล้วค่อยออก เพราะทุกนาทีมีค่า

ขั้นตอนที่ 4: สงสัยไข้เลือดออก ถ้าเด็กมีไข้สูงร่วมกับผื่น ปวดเมื่อยตัว หรือปวดหลังตา ต้องไปโรงพยาบาลทันทีไม่ว่าจะวัดไข้ได้เท่าไร ไข้เลือดออกในเด็กอาการทรุดได้เร็วมาก การรอดูอาการไม่ใช่ทางเลือกที่ปลอดภัยสำหรับเด็กเล็ก

โรงพยาบาลเด็กที่ดีที่สุดในกรุงเทพฯ สำหรับกรณีฉุกเฉิน

เขียนแผนฉุกเฉินแล้วเลือกโรงพยาบาลหลักไว้เลยหนึ่งแห่ง ตอนฉุกเฉินไม่ใช่เวลาที่จะมานั่งเปรียบเทียบว่าจะไปที่ไหนดี

โรงพยาบาลสมิติเวช เด็ก สุขุมวิท 49 เป็นตัวเลือกยอดนิยมของครอบครัวทั้งไทยและต่างชาติ ดูแลผู้ป่วยเด็กมากกว่า 50,000 รายต่อปี มีห้องฉุกเฉินเด็กเปิด 24 ชั่วโมง พร้อมทีมแพทย์ที่พูดได้หลายภาษา ค่าใช้จ่ายห้องฉุกเฉินประมาณ 3,000-8,000 บาท

โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ สุขุมวิท ซอย 3 มีศูนย์เด็กครบวงจร พนักงานพูดได้มากกว่า 20 ภาษา โรงพยาบาลกรุงเทพ ซอยศูนย์วิจัย และ โรงพยาบาลเมดพาร์ค พระราม 4 ก็มีห้องฉุกเฉินเปิด 24 ชั่วโมงเช่นกัน

เรื่องค่าใช้จ่ายก็สำคัญ ค่าตรวจแพทย์ทั่วไปพร้อมยาที่โรงพยาบาลเอกชนอยู่ที่ประมาณ 1,500-3,000 บาท ห้องฉุกเฉินจะแพงกว่าสองถึงสามเท่า โรงพยาบาลรัฐถูกกว่ามากแต่ต้องรอนานกว่าและอาจมีข้อจำกัดเรื่องภาษาอังกฤษ อ่านเพิ่มเติมเรื่องค่าใช้จ่ายดูแลเด็กได้ที่ พี่เลี้ยงเด็กกรุงเทพฯ ราคาเท่าไร

สิ่งที่ควรรู้เพิ่มเติม: โรงพยาบาลพญาไทมีบริการรถพยาบาลเด็ก 24 ชั่วโมง สำหรับกรณีที่พี่เลี้ยงไม่สามารถพาเด็กไปโรงพยาบาลเองได้ ให้บันทึกเบอร์นี้ไว้ในแผนฉุกเฉินด้วย

เบอร์ฉุกเฉินที่พี่เลี้ยงต้องรู้

ประเทศไทยไม่มีเบอร์ฉุกเฉินเบอร์เดียวแบบบางประเทศ เหตุฉุกเฉินต่างชนิดต้องโทรไปคนละเบอร์ พี่เลี้ยงต้องบันทึกเบอร์เหล่านี้ไว้ในโทรศัพท์และเขียนติดตู้เย็น

  • เจ็บป่วยฉุกเฉิน/รถพยาบาล: 1669
  • ตำรวจ: 191 (หรือโทร 911 ก็ได้ตั้งแต่ปี 2015)
  • ตำรวจท่องเที่ยว: 1155 (มีเจ้าหน้าที่พูดภาษาอังกฤษ จีน ญี่ปุ่น)
  • ศูนย์พิษวิทยา โรงพยาบาลรามาธิบดี: 1367
  • โรงพยาบาลสมิติเวช: 02-022-2222
  • โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์: 02-066-8888
  • โรงพยาบาลกรุงเทพ: 02-310-3000

การโทรตรงไปโรงพยาบาลมักได้ผลเร็วกว่าโทรผ่านสายด่วนฉุกเฉินของรัฐ

วิธีเขียนแผนฉุกเฉินพี่เลี้ยงเด็กที่ใช้ได้จริง

ครอบครัวที่รับมือเรื่องลูกป่วยได้ดีที่สุดไม่ใช่ครอบครัวที่มีหมอในบ้าน แต่เป็นครอบครัวที่เขียนทุกอย่างไว้ล่วงหน้า แผนฉุกเฉินควรมีข้อมูลต่อไปนี้สำหรับเด็กแต่ละคน:

  • ชื่อ-นามสกุล วันเกิด กรุ๊ปเลือด
  • ประวัติแพ้ยา/อาหาร
  • ยาที่กินประจำพร้อมขนาดและเวลา
  • ชื่อและเบอร์กุมารแพทย์ประจำตัว
  • ชื่อและที่อยู่โรงพยาบาลที่เลือกไว้
  • เลขกรมธรรม์ประกันสุขภาพ
  • หนังสือมอบอำนาจ: "ข้าพเจ้า [ชื่อพ่อแม่] อนุญาตให้ [ชื่อพี่เลี้ยง] พาบุตรของข้าพเจ้า [ชื่อเด็ก] เข้ารับการรักษาพยาบาลฉุกเฉินและตัดสินใจเรื่องการรักษาแทนได้ หากติดต่อพ่อแม่ไม่ได้"

หนังสือมอบอำนาจนี้สำคัญมาก โรงพยาบาลหลายแห่งอาจลังเลที่จะรักษาเด็กที่พามาโดยคนที่ไม่ใช่พ่อแม่ การมีเอกสารนี้พร้อมสำเนาพาสปอร์ตของพ่อแม่และสูติบัตรเด็กจะช่วยให้ทุกอย่างราบรื่นขึ้นมาก

ในเรื่องปฏิบัติ ให้เตรียมเงินสดฉุกเฉินสัก 5,000 บาทไว้ในที่ที่พี่เลี้ยงเข้าถึงได้ ลงแอป Grab หรือ Bolt ในโทรศัพท์พี่เลี้ยงไว้ด้วย ถ้าเด็กกินยาประจำ เขียนขนาดยาและเวลากินไว้ให้ชัด แม้พี่เลี้ยงจะบอกว่าจำได้ก็ตาม เพราะ "จำได้ค่ะ" กับ "จำได้ถูกต้อง" ไม่ใช่เรื่องเดียวกันเสมอไป

ครอบครัวที่ใช้ บริการพี่เลี้ยงเด็กของ FamBear จะได้พี่เลี้ยงที่ผ่านการทดสอบทักษะการดูแลเด็กจริงก่อนที่จะปรากฏในระบบ รวมถึงการทดสอบว่าจะรับมืออย่างไรเมื่อเด็กมีไข้ รู้เมื่อไรควรโทรขอความช่วยเหลือ และสามารถรักษาความสงบภายใต้แรงกดดันได้หรือไม่ ซึ่งต่างจากการหวังว่าพี่เลี้ยงจะรับมือได้ กับการรู้แน่ว่าเธอผ่านการทดสอบมาแล้ว

เทคนิคการสื่อสารระหว่างพี่เลี้ยงกับครอบครัว

มิติทางวัฒนธรรมเป็นเรื่องที่หลายบทความมองข้ามไป แต่กลับเป็นจุดที่ปัญหามักเกิดขึ้น พี่เลี้ยงที่โตมาในวัฒนธรรมไทยอาจรู้สึกว่าการโทรไปรบกวนนายจ้างที่ทำงานเพราะ "แค่ไข้นิดหน่อย" เป็นเรื่องเสียมารยาท

พี่เลี้ยงอาจลองใช้ยาสมุนไพรก่อน - ทายาหม่อง ดมยาดม - แล้วค่อยบอก สิ่งเหล่านี้ไม่ได้เป็นอันตราย (ยาหม่องที่มีส่วนผสมเมนทอลมีงานวิจัยรองรับว่าช่วยบรรเทาอาการปวดหัวและคัดจมูกได้) แต่คุณต้องรู้ว่ามีการใช้ยาเหล่านี้

วิธีแก้ไขต้องลงแรงตอนแรก แต่คุ้มค่ามาก เขียนความคาดหวังให้ชัดเจนเป็นภาษาไทย ระบุให้เฉพาะเจาะจง: "โทรหาหนูทันทีเมื่อน้องมีไข้ อาเจียน เป็นผื่น หรือดูซึมผิดปกติ ไม่กินข้าว หนูจะไม่โกรธที่โทรมา แต่จะไม่สบายใจถ้าไม่โทร" ให้เพื่อนคนไทยหรือนักแปลช่วยตรวจเอกสารให้ เพื่อให้น้ำเสียงและความหมายตรงตามที่ต้องการ

บล็อกเกอร์ชาวต่างชาติคนหนึ่งเรียนรู้จากประสบการณ์จริง: "เราเคยเจอพี่เลี้ยงที่คิดว่าน้ำอัดลมดีสำหรับเด็กเล็ก และเปิดหนังให้ดูทั้งวัน แต่นั่นเป็นความผิดของเรา เราไม่ได้สื่อสารให้ชัดว่าต้องการเลี้ยงลูกแบบไหน" สุดท้ายแก้ปัญหาด้วยการเขียนคำแนะนำเป็นภาษาไทย เรียบง่าย แต่ได้ผล

สำหรับครอบครัวที่กำลัง หาพี่เลี้ยงเด็กที่ไว้ใจได้ในกรุงเทพฯ โปรไฟล์ผู้ดูแลบน FamBear มีการประเมินทักษะและความสามารถในการสื่อสารที่ผ่านการตรวจสอบแล้ว ช่วยให้จับคู่ครอบครัวกับผู้ดูแลที่สามารถรับมือกับสถานการณ์เหล่านี้ได้อย่างเป็นธรรมชาติตั้งแต่วันแรก

ประกันสุขภาพและค่ารักษาพยาบาลที่ต้องเตรียม

ประกันสุขภาพไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นสิ่งจำเป็นเมื่อมีลูกเล็กในกรุงเทพฯ ผู้เชี่ยวชาญด้านประกันกล่าวไว้ว่า "เด็กป่วยบ่อย ประกันแบบผู้ป่วยนอกจึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับครอบครัวที่มีเด็กเล็ก"

แผนประกันครอบครัวสำหรับผู้ปกครองวัยกลางสามสิบที่มีลูกสองคนอยู่ที่ประมาณ 10,000 บาทต่อเดือน (ราคา ณ เดือนมีนาคม 2026) ขึ้นอยู่กับบริษัทและระดับความคุ้มครอง Pacific Cross, Cigna และ APRIL International เป็นชื่อที่ครอบครัวทั้งไทยและต่างชาติมักเลือกใช้

สิ่งสำคัญคือ "เมื่อมีลูก ความมั่นคงของประกันและการเข้าถึงโรงพยาบาลมักสำคัญกว่าการประหยัดเงินปีละไม่กี่พันบาท" ตรวจสอบให้แน่ใจว่ากรมธรรม์ครอบคลุมโรงพยาบาลเอกชนที่คุณจะใช้จริงในกรณีฉุกเฉิน และยืนยันว่าพี่เลี้ยงสามารถแสดงข้อมูลประกันแทนคุณได้

คุณแม่ไทยหลายคนในพันทิปบอกตรงกันว่าเด็กอายุต่ำกว่าสามขวบป่วยเกือบทุกเดือน สลับกันระหว่างหวัดกับเจ็บคอ "แทบจะอยู่โรงพยาบาลเป็นบ้านที่สอง" คุณแม่ท่านหนึ่งเขียนไว้ นี่คือเรื่องปกติในกรุงเทพฯ และรับมือได้ถ้าเตรียมตัวดี

ครอบครัวที่รับมือได้ดีที่สุดคือครอบครัวที่วางแผนอย่างเป็นระบบ - เลือกโรงพยาบาล เขียนแผนปฏิบัติ เตรียมชุดฉุกเฉิน ชี้แจงพี่เลี้ยงให้ชัดเจน แล้วก็กลับไปใช้ชีวิตตามปกติ โดยรู้ว่าเมื่อเกิดเหตุ ระบบจะทำงานได้ บล็อกของ FamBear มีบทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับความปลอดภัยเด็กกับผู้ดูแลที่ควรบุ๊กมาร์กไว้คู่กับแผนฉุกเฉิน

หน้าที่ของพี่เลี้ยงไม่ใช่การเป็นหมอ แต่คือการใจเย็น ทำตามแผน และพาลูกของคุณไปถึงมือหมอให้เร็วที่สุด

คำถามที่พบบ่อย

ลูกป่วยตอนอยู่กับพี่เลี้ยงในกรุงเทพฯ ต้องทำอย่างไร?

ต้องเตรียมแผนรับมือเด็กป่วยไว้ล่วงหน้าก่อนที่จะเกิดเหตุ แผนควรระบุชัดเจนว่าอาการระดับไหนเฝ้าดูที่บ้านได้ ระดับไหนต้องไปโรงพยาบาล พร้อมชื่อและที่อยู่โรงพยาบาลเด็กที่เลือกไว้ เบอร์ฉุกเฉิน และหนังสือมอบอำนาจทางการแพทย์ สำหรับไข้ต่ำกว่า 38.5 องศาเซลเซียส ให้เฝ้าดูอาการที่บ้าน ให้ยาพาราเซตามอลเด็กและเช็ดตัวลดไข้ ไข้สูงกว่า 39.5 องศา หรือมีอาการหายใจลำบาก ชัก หรืออาเจียนไม่หยุด ให้พี่เลี้ยงโทร 1669 เรียกรถพยาบาลและพาไปโรงพยาบาลทันที

พี่เลี้ยงพาลูกไปโรงพยาบาลได้ไหม ถ้าไม่ได้รับอนุญาตจากพ่อแม่?

โรงพยาบาลอาจลังเลที่จะรักษาเด็กที่พามาโดยคนที่ไม่ใช่พ่อแม่ เพื่อไม่ให้เกิดความล่าช้า ควรเตรียมหนังสือมอบอำนาจที่ลงนามแล้ว ระบุว่าพี่เลี้ยงมีสิทธิ์พาเด็กเข้ารับการรักษาฉุกเฉินและตัดสินใจเรื่องการรักษาแทนได้ แนบสำเนาพาสปอร์ตหรือบัตรประชาชนของพ่อแม่และสูติบัตรเด็กไว้ด้วย ให้พี่เลี้ยงพกเอกสารนี้ไว้ตลอดเวลา พร้อมข้อมูลประกันสุขภาพและรายการแพ้ยา/อาหารของเด็ก

โรงพยาบาลเด็กในกรุงเทพฯ ที่ไหนดี?

โรงพยาบาลสมิติเวช เด็ก สุขุมวิท 49 เป็นตัวเลือกยอดนิยม ดูแลผู้ป่วยเด็กมากกว่า 50,000 รายต่อปี มีห้องฉุกเฉินเด็ก 24 ชั่วโมงพร้อมทีมแพทย์ที่พูดได้หลายภาษา โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ สุขุมวิท ซอย 3 มีศูนย์เด็กครบวงจร พนักงานพูดได้มากกว่า 20 ภาษา โรงพยาบาลกรุงเทพ ซอยศูนย์วิจัย และโรงพยาบาลเมดพาร์ค พระราม 4 ก็เป็นตัวเลือกที่ดีเช่นกัน ทั้งสี่แห่งมีห้องฉุกเฉินเด็กเปิด 24 ชั่วโมง

เบอร์เรียกรถพยาบาลฉุกเฉินในไทยคือเบอร์อะไร?

เบอร์ฉุกเฉินทางการแพทย์และรถพยาบาลคือ 1669 ประเทศไทยไม่มีเบอร์ฉุกเฉินเบอร์เดียวเหมือนหลายประเทศ ตำรวจใช้เบอร์ 191 (หรือ 911 ซึ่งใช้ได้ตั้งแต่ปี 2015) ตำรวจท่องเที่ยวที่มีเจ้าหน้าที่พูดภาษาอังกฤษโทร 1155 และศูนย์พิษวิทยาโรงพยาบาลรามาธิบดีโทร 1367 ควรบันทึกเบอร์ตรงของโรงพยาบาลที่เลือกไว้ด้วย เพราะการโทรตรงไปโรงพยาบาลมักได้ผลเร็วกว่า

ต้องเตรียมข้อมูลอะไรไว้ให้พี่เลี้ยงบ้าง?

เตรียมแผ่นข้อมูลฉุกเฉินสำหรับเด็กแต่ละคน ประกอบด้วย ชื่อ-นามสกุล วันเกิด กรุ๊ปเลือด ประวัติแพ้ยา/อาหาร ยาที่กินประจำพร้อมขนาด เบอร์กุมารแพทย์ประจำตัว ชื่อและที่อยู่โรงพยาบาลที่เลือกไว้ เลขกรมธรรม์ประกันสุขภาพ หนังสือมอบอำนาจทางการแพทย์ และเบอร์ฉุกเฉินอย่างน้อยสามเบอร์นอกเหนือจากพ่อแม่ เตรียมเงินสดฉุกเฉิน 5,000 บาทไว้ในที่ที่พี่เลี้ยงเข้าถึงได้ และลงแอปเรียกรถในโทรศัพท์พี่เลี้ยงด้วย เขียนทุกอย่างเป็นทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ

ลูกเป็นไข้เลือดออกหรือมือเท้าปาก พี่เลี้ยงควรดูแลอย่างไร?

ทั้งไข้เลือดออกและมือเท้าปากไม่ควรดูแลเองที่บ้านโดยไม่ปรึกษาแพทย์ โดยเฉพาะในเด็กเล็ก ถ้าเด็กมีไข้สูงร่วมกับผื่น ปวดเมื่อยตัว หรือปวดหลังตา พี่เลี้ยงต้องพาไปโรงพยาบาลทันทีไม่ว่าจะวัดไข้ได้เท่าไร ไข้เลือดออกในเด็กอาการทรุดได้เร็วมาก โรคมือเท้าปากซึ่งเพิ่มขึ้น 65.7% ในประเทศไทยปี 2025 ติดต่อกันง่ายมากและอาจต้องให้แพทย์ประเมิน ทั้งสองกรณี หน้าที่ของพี่เลี้ยงคือสังเกตสัญญาณเตือนและพาเด็กไปพบแพทย์ ไม่ใช่รักษาเอง

Alexander Voronkov

Alexander Voronkov

FamBear Team

28 Mar 2026
154

คุณชอบโพสต์นี้ไหม?

คุณสามารถนำไปเผยแพร่ เพื่อสนับสนุนผู้เขียนได้

ลิงก์บทความ:

http://fambear.com/th/blog/child-sick-nanny-bangkok

บทความอื่นๆ

ดูทั้งหมด